ในวันที่เสียงสงสัยข้างในดังขึ้นอีกครั้ง
- Puii Duangtip
- Nov 19, 2025
- 1 min read
Updated: Nov 27, 2025
“We know how the words we say to other people impact how they feel, but we rarely think of how the words we say to ourselves impact us.”
ประโยคหนึ่งจาก Clear Thinking
ที่อ่านปุ๊บ…เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบหัว แล้วถามเบา ๆ ว่า
“เธอพูดดีกับตัวเองครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”

เรารู้ดีว่าคำที่พูดกับคนอื่น มีผลกับคนฟังขนาดไหน
แต่หลายครั้ง เรามักลืมไปว่า “คำที่เราพูดกับตัวเอง” มีน้ำหนักไม่แพ้กันเลย
เผชิญหน้ากับเสียงสงสัยในตัวเอง
ช่วงที่ผ่านมา
เรารู้สึกเหมือนกำลังวนกลับไปเจอแพทเทิร์นเดิม ๆ
ช่วงที่ความมั่นใจค่อย ๆ ลดลง
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรามั่นใจมาก
เชื่อว่าถ้าตั้งใจ ไม่ว่าอะไร เราก็ทำได้
แต่พักหลัง…เสียงสงสัยข้างในมันดังขึ้นทุกวัน
“แน่ใจเหรอว่าเก่งจริง?” “หรือคิดไปเอง?” “ถ้าทำต่อไปนี่…จะเสียเวลามั้ย?”
มันเป็นเสียงที่ดังในหัว
ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
รู้ตัวอีกที เหมือนเรา อัมพาตโดยไม่รู้ตัว
แต่จริงๆนะ…
มันโอเคมากเลย ที่จะรู้สึกแบบนี้
มันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ
มันแปลว่าเราเป็นมนุษย์
มันเป็นเสียงที่ทุกคนมีเหมือนกัน
แค่บางช่วง เสียงนั้นมันดังเป็นพิเศษเท่านั้นเอง
เปลี่ยนมุมมอง: จากคนตั้งคำถาม → เป็นเพื่อนที่กอดเราไว้
แต่ถ้าวันนี้ เราลองสลับบท
จากคนที่ตั้งคำถามกับตัวเอง → เป็น เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ กอดเราไว้
และทันทีที่เปลี่ยนมุมมอง
เราเห็นคำตอบชัดมากว่า
ถ้าเพื่อนพูดแบบนี้ เราคงดึงเพื่อนเข้ามากอดแน่นๆ
แล้วบอกว่า…
“เห้ยยย แกผ่านมาได้ตั้งเท่าไหร่แล้ว
แกทำอะไรได้เยอะมากนะ
แกขายของได้ ทั้งที่ไม่มีเงินทุนซักบาท
แกเขียนเรื่องเล็กๆ ในหัวให้คนอ่านรู้สึกตาม
บางบทความของแก…มันเคยช่วยให้ใครบางคนรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ
เมื่อก่อนแกกลัวหนังสือภาษาอังกฤษจนร้องไห้
แต่ตอนนี้แกอ่านหนังสือหนาๆพวกนั้นทั้งเล่มแบบไม่ต้องเปิดดิคได้สบาย
เมื่อก่อนแกบอก โค้ดดิ้งเป็นภาษาต่างด้าว
แต่ตอนนี้แกเขียนมันเองได้
จนถึงขั้นออกแบบระบบให้คนอื่นใช้ด้วยซ้ำ
ทั้งหมดนี่…ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
มันคือตัวอย่างชัดๆว่า... แกขยันและทำได้จริง
ความพยายามของแก
ความตั้งใจของแก
มันคือหลักฐานว่าแกเก่ง
เก่งมาก
และโตขึ้นมามากกว่าที่แกมองเห็นเองด้วยซ้ำ”


ฝึกอยู่กับ “ทั้งหมด” ของตัวเอง
ทุกคนมี ด้านมืด ของตัวเอง
เราแค่ต้อง ยอมรับ มัน
ปล่อยให้เสียงสงสัยอยู่ข้างๆ โดยไม่ผลักไส
ไม่ติดป้ายว่า “แย่” หรือ “ผิด”
เราคงบอกเพื่อนต่อว่า
“ไม่ต้องรีบปิดเสียงในหัวก็ได้
ไม่ต้องทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น
ให้มันนั่งข้าง ๆ ไปก่อน
เดี๋ยวมันก็ค่อยๆเบาลงเอง“
ช่วงแรกมันจะอลหม่าน แต่ถ้าให้เวลาสักนิด เสียงเหล่านี้ก็จะเรียงตัวชัดเจนขึ้น
“เสียงบางเสียง…มีไว้รับฟัง
ไม่ได้มีไว้เชื่อทั้งหมด”
“ไม่มีอะไรที่เสียเวลาหรอก ถ้ามันไม่ใช่ ก็แค่เริ่มใหม่ แต่ระหว่างทาง มันจะมีบางอย่างคอยพาแกไปในที่ที่ควรไปเสมอ ต่อให้วันนี้แกยังมองไม่เห็นเส้นทางทั้งหมดก็ตาม“
“แกไม่ต้องรีบไปไหน
ไม่ต้องเทียบตัวเองกับใคร
ค่อย ๆ ก้าวแบบที่หัวใจแกไหวก็พอ
ในจังหวะที่แกยังหายใจได้เต็มปอด
แบบที่แกยิ้มได้ หัวเราะได้
แบบที่แกยังเป็น “แก”
ยังไงก็ต้องมีอะไรดีๆ รอแกอยู่แน่นอน
ความกลัว…ไม่ได้มีไว้ฉุดเรา
และลึกที่สุดจริง ๆ
เสียงในหัวของเราไม่เคยพูดว่า “แกห่วย”
มันแค่กำลังพูดว่า
“ฉันกลัว…ช่วยจับมือฉันหน่อย”
กลัวได้
พักได้
ลังเลได้
แต่ขออย่างเดียว…อย่าปล่อยให้ความกลัวสร้างกำแพงที่เราไม่กล้าข้าม
เพราะความกลัวมันไม่ได้มีไว้ฉุดเรา
มันมีไว้เตือนให้เราเดินอย่างรอบคอบ
เพราะที่ผ่านมา
เราก็เคยจับมือความกลัวตัวเอง
ผ่านเรื่องพวกนี้มาได้หลายครั้งแล้ว
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
แกจะผ่านมันไปได้อีกแน่นอน
ตอนนี้แกก็มาไกลมากแล้วนะ 🫶
