ลุย 8 โปรเจกต์ 3 อาทิตย์: ปั้นPersonal AI Operating System กับ Fable

สรุป 8 โปรเจกต์ที่ปั้นมากับ Fable
.
ตอนที่ได้ยินว่า Claude จะเปิดให้ลองใช้ Fable โมเดลที่ฉลาดที่สุดที่เคยมีมา ในช่วงเวลาจำกัด ตอนนั้นเรามีคำถามเดียวที่ค้างอยู่ในหัวคือ
ถ้าเรามีนักคิดที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมี แต่ใช้ได้แค่ช่วงสั้นๆ อะไรคือสิ่งที่คุ้มที่สุดที่จะเอาไปใช้งาน

สำหรับเรา คำตอบที่ได้ไม่ใช่โปรดักต์ ไม่ใช่คอนเทนต์ แต่คือการวางทิศทางกับรากฐานระบบที่แข็งแรงพอจะต่อยอดงานอื่นไปเรื่อยๆ หลักการแบ่งงานที่ใช้คือ Fable ถนัดวางแผนงานซับซ้อน ส่วนงานที่ต้องลงมือทำซ้ำๆก็ปล่อยให้ Sonnet ที่ทำเก่ง ทำไว มาสานต่อ — ตอนนี้เราหันมาใช้ Opus แทน Fable แล้ว แต่รู้สึกมันพลาดเยอะเลยแฮะ
และนี่คือ 8 ระบบที่ได้ออกมาค่ะ:
ระบบพวกนี้ไม่ใช่ตัวโปรดักต์ที่เห็นได้ชัด แต่มันคือโครงสร้างที่ทำให้ทุกอย่างหลังจากนั้นง่ายขึ้น — และนั่นคือแนวคิดเดียวกับที่เรากำลังสร้างต่อ
What I actually built
01 — KOS (Knowledge Operating System).
คลังสมองกลางที่เก็บทุก fact ทุก context ของแต่ละโปรเจกต์ไว้ที่เดียว ไม่ใช่แค่ "Second Brain" แต่กำหนดวิธีจัดเก็บ คัดแยก และบันทึกเหตุผลไปด้วย โยนข้อมูลลง inbox แล้วมันจัดระบบให้เอง ต่างจาก search google ตรงที่กรองมาแล้วว่าเราสนใจอะไร ข้อดีคือความรู้ทบทวีคูณ ข้อเสียคือถ้าใส่ขยะลงไป มันก็เป็นถังขยะนั่นแหละ
02 — NEXT.
มีคลังสมองแล้วก็ต้องมีเลขาส่วนตัวคอยจัดคิวงาน จุดอ่อนของเราคือชอบโฟกัสหลายอย่างพร้อมกัน (จุดแข็งคือดันสนุกกับมันด้วย) NEXT ย่อมาจาก "What to do next?" หน้าที่คือบอกว่าวันนี้ควรทำอะไรก่อนหลัง ดึงสติไม่ให้หลุดโฟกัส ถามว่าช่วยมั้ย ก็ยังไม่ค่อย ไม่ใช่เพราะ NEXT ทำงานไม่ดี แต่เรานี่แหละมันคนดื้อ มันเตือนแล้วว่าอย่าเพิ่งไปเริ่มงานอื่น เราก็ยังหาข้ออ้างแอบไปทำจนได้ (555)
03 — PEN.
สำนักพิมพ์ส่วนตัว ที่นอกจากแพลนคอนเทนต์แล้ว ยังเก็บ "โมเดล" ว่าเราเขียนยังไง มีความเห็นกับเรื่องแบบไหน คำไหนติดปาก คำไหนไม่มีทางใช้ ช่วยให้งานเขียนยังมีกลิ่นของเรา ไม่ใช่กลิ่นเอไอ พอถึงเวลาเขียนจริง PEN จะไปหาข้อมูลจาก KOS กับงานที่อัปเดตใน NEXT มาช่วยให้งานเขียนมีมิติมากขึ้น เราเลือกหัวข้อ อ่าน approve พอโพสต์เสร็จก็สรุป learning เก็บไว้ เพื่อใช้พัฒนาการเขียนรอบหน้า

04 — MiroFish.
ตัวช่วยตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ทั้งเรื่องเงิน ไอเดียธุรกิจ หรือการตัดสินใจชีวิต ใช้งานง่ายๆคือเขียนสถานการณ์ที่กำลังลังเลลงไปสั้นๆ แล้วมันจะช่วยมองจากหลายมุมให้ เช่น ถ้าถามว่าควรขึ้นราคาบริการมั้ย มันจะช่วยคิดทั้งฝั่งตัวเลข (ลูกค้าจะหนีมั้ย คุ้มรึเปล่า) ฝั่งการลงมือทำจริง (จะสื่อสารกับลูกค้ายังไง) และฝั่งที่คอยกวนใจว่าทำแบบนี้แก้ปัญหาจริงมั้ย หรือแค่แก้อาการไปวันๆ สุดท้ายได้คำแนะนำพร้อมเหตุผล และจุดสังเกตว่าถ้าอะไรเปลี่ยนไป คำตอบนี้ก็ควรเปลี่ยนตาม (โปรเจกต์นี้ได้ไอเดียมาจากช่อง Everyday with Captain แล้วเอามาลองทำดูค่ะ ชอบที่เค้าอธิบายตอนสอน Claude คือดีย์มากกกก)
05 — Life OS.
ระบบจัดการชีวิต โดยเชื่อมแผนชีวิตกับโปรเจกต์ที่ทำอยู่ให้เป็นเส้นทางเดียวกัน มี milestone ตารางรายสัปดาห์ และช่วง reflect ว่าที่เพ้อฝันไว้ยังไปตามแผนมั้ย โดยเฉพาะตอนทำงานคนเดียวแล้วคนรอบตัวไม่เข้าใจสิ่งที่ทำเท่าไหร่ พอเริ่มงงๆสับสนอันไหน ก็ไปถาม MiroFish ให้ช่วยออกความเห็นอีกที อนาคตเราอาจจะยังไม่รู้ แต่อย่างน้อยก็อุ่นใจว่ามีอะไรเป็นแกนละนะ
06 — FKE (French Knowledge Explorer).
ระบบเรียนฝรั่งเศส เก็บบทเรียน การบ้าน คำแก้จากครู แล้วออกควิซให้ตัวเองทุกวันตามจุดอ่อนที่ผิดบ่อย ต่างจากเว็บติวทั่วไปตรงที่ฝึก "ตัดสินใจ" เพราะปัญหาจริงๆไม่ใช่ไม่รู้กฎ แต่รู้กฎหมดแล้ว ก็ยังเลือกไม่ถูกว่าสถานการณ์ตรงหน้าต้องใช้รูปประโยคไหน (แกรมม่าฝรั่งเศสยากจริง ภาษาอังกฤษผันกริยาแค่ 6 ตัว แต่ฝรั่งเศสต้องผันอย่างน้อย 30 รูป)
07 — Wealth Tracker.
ระบบดูภาพรวมการเงินตัวเอง เริ่มจากทำ sheet ให้ตัวเองใช้ก่อน แล้วมันเวิร์กจริง จากที่ไม่รู้เลยว่ามีทรัพย์สินเท่าไหร่ ขาดทุนจากหุ้นไทยไปกว่า 50% ก็ค่อยๆคืนทุนได้ พอเห็นว่าเวิร์กเลยอยากให้คนอื่นลองใช้ด้วย ตอนแรกคิดว่าแค่ทำ sheet ให้กรอก ง่ายจะตาย พอทำจริงถึงรู้ว่าไม่ง่ายเลย เพราะตอนใช้เองคนเดียวเรารู้ workflow อยู่ในหัวหมดแล้ว แต่พอต้องออกแบบให้คนอื่นใช้ ต้องมานั่งจินตนาการ user journey ใหม่ทั้งหมด ตอนนี้อยู่ช่วง beta กับผู้ใช้กลุ่มแรก ฟีดแบ็คดีมาก กำลังพัฒนาต่อ

08 — WithPuii.
เว็บไซต์ที่เป็นบ้านออนไลน์ที่รวมทุกอย่างไว้ที่เดียว ให้ Fable ช่วยออกแบบ structure เพราะพอร์ตงานหลายรูปแบบมาก ทั้งการเงิน เรียนภาษา การตลาด ถ่ายภาพ พอกลั่นกรองดูก็เห็นว่าทุกงานที่ดูกระจัดกระจายจริงๆมีจุดร่วมกันอยู่ คือช่วยให้คนตัดสินใจได้ดีขึ้นโดยมีสัญญาณรบกวนน้อยลง
รวมทุกโปรเจคต์ใช้เวลาเต็ม 3 อาทิตย์ จนตาโบ๋ ข้อมือพลิก เอาจริงๆ ตั้งแต่ตัดสินใจลองปั้นโปรเจกต์เองเต็มตัว work life balance ก็หายไปเลยค่ะ ปั่นจนออฟฟิศซินโดรมหนักขึ้นทุกวัน แต่รู้สึกว่าทำงานได้เห็นแนวทางชัดขึ้นมาก ไม่ต้องมาวนถามตัวเองซ้ำๆแบบเมื่อก่อนที่ทำงานคนเดียว มีแสงตรงปลายอุโมงค์มากขึ้น ก็ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า
— เผื่อเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังลองใช้ AI จัดระบบงานตัวเองอยู่ หรือใครมีระบบของตัวเองที่อยากแชร์ ก็มาบอกกันได้เลยนะคะ

2 ใน 8 โปรเจคต์ข้างบนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วค่ะ Wealth Tracker เอาไปใช้กับการตัดสินใจเรื่องเงิน และ FKE กับการเรียนภาษาฝรั่งเศส แนวคิดเดียวกัน คนละการใช้งาน ถ้าสนใจอยากติดตามต่อ เลือกกดติดตามตามลิงค์ข้างล่างได้เลย




Comments